ประเภทของเรือ




เรือสำเภาไทย



            เรือที่ดัดแปลงหรือได้ต้นแบบมาจากเรือสำเภาจากประเทศจีน  ในสมัยรัชกาลที่ 2 และที่ 3 โดยช่างต่อเรือเป็นชาวไทย  แต่มีช่างชาวจีนเป็นผู้คอยถ่ายทอดฝีมือ  โดยใช้เทคนิคการต่อเรือระหว่างช่างชาวไทยกับช่างชาวจีน  รูปแบบเรือจะออกเป็นแบบไทยๆ  และไม้ที่ใช้ในการต่อเรือจะเป็นไม้สัก  เพราะประเทศไทยหาไม้สักในการต่อเรือได้ง่ายมาก  และกรรมวิธีในการต่อเรือจากไม้สักจะง่ายกว่าเรือที่ต่อจากประเทศจีน  เพราะไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้สน  และจะไม่แข็งแรงทนทานเท่าไม้สัก
          เรือสำเภาไทยนี้  ใช้ทำการค้าทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศ  ในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
…………………………………


THAI JUNK

                                THAI JUNK RAMA 3 WAS A REFORMED MODEL OF CHINESE JUNK DURING THE PERIOD OF KING RAMA 2 AND KING RAMA 3 .  SHE WAS BUILT BY THAI CRAFTMEN TRAINED BY CHINESE EXPERT.  THAI JUNK IS MIXED OF THAI AND CHINESE STYLE AND MADE OF THAI WOOD.  ESPECIALLY THE TEAK.  THIS KIND OF BOAT IN CHINA IS MADE OF PINE, THE SOFT WOOD.
                        THAI JUNK RAMA 3 IS THE SAME AS THAI JUNK RAMA 2, BUT HER MODEL IS MORE THAI STYLE ESPECIALLY THE SHELTER AT THE BACK PART OF THE BOAT.  TEAK IS COMMONLY USED.  SHE IS ON DUTY AS CARGO CARRIER FOR INLAND AND OVERSEAS.



เรือสำเภาจีน


              
               เรือสำเภาจีน  เป็นเรือรบประวัติศาสตร์โบราณ  ประมาณ 2000 ปี เรือนี้พร้อมรับศึกสงคราม  ในแถบตะวันออกของประเทศจีน  ในยามสงบศึกปราศจากสงคราม  ได้มีการดัดแปลงเปลี่ยนจากเรือรบมาเป็นเรือขนส่งสินค้าและเรือโดยสาร โดยที่ยังคงปืนใหญ่ทั้ง 6 กระบอกเอาไว้บนเรือ เพื่อที่จะใช้ป้องกันในยามที่มีการปล้นสะดมทางทะเล  เรือสำเภาจีนนี้  ได้เข้ามายังประเทศไทยหลายๆ 100  ปีมาแล้ว แต่มารุ่งเรืองในสมัยต้นรัตนโกสินทร์  โดยแล่นผ่านประเทศไต้หวัน  ฮ่องกง  มาเก๊า เวียตนาม  สิงคโปร์  มาเลเซีย และ ประเทศไทย  โดยทำการค้าเป็นหลัก
            ……………………………..


          CHINESE JUNK ( RUA  SAMPAO CHIN ) 

             RUA SAMPAO CHIN OR CHINESE JUNK WAS ON DUTY AS A BATTLE SHIP.  SHE WAS SERVED IN EASTERN CHINA SEA SINCE 2000 YEARS AGO, AND WAS ADAPTED AS A LOADING AND TRANSPORTING BOAT, WHILE 6 GUNS ARE STILL MOUNTED ON BOAT TO PREVENT THE PIRATE.  THE CHINESE JUNKS WERE INTRODUCED TO THAILAND MANY HUNDRED YEARS AGO, BUT WIDELY USED DURING THE FIRST PERIOD OF RATANAKOSIN.  FROM CHINA SHE PASSED THE COAST OF CHINA, TAIWAN, HONG-KONG, MACAO, VIETNAM, SINGAPORE, MALAYSIA TO THAILAND FOR MERCHANTILE DUTY.





เรือสำเภาไทย เสี้ยมโล้


หรือที่เรียกกันว่า  สำเภาทรงเรือนสยาม  เป็นเรือสำเภาที่ต่อกันมากในสมัยอยุธยา  มีเสา  3  เสา  ท้ายเรือยื่นออกนอกเรือเล็กน้อย  และยกสูงเพื่อทำให้มองเห็นหัวเรือได้สะดวก  คัดลอกแบบเรือมาจากเรือสำเภาจีน  โดยมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบไทย  สมอทิ้งด้านหน้าแบบเรือสำเภาจีน  ใช้เป็นเรือบรรทุกสินค้า  ค้าขายระหว่างประเทศและภายในประเทศ   ในเรื่องเกี่ยวกับการเดินเรือรวมทั้งเรื่องติดต่อซื้อขายระหว่างประเทศ  ในประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่น  โดยเฉพาะเมืองนางาซากิ  ประเทศญี่ปุ่น  จะเป็นพนักงานชาวจีน  ขุนนางอยุธยาจะมีหน้าที่แต่เฉพาะเรื่องจดบัญชีและคอยสอดส่องดูแลการซื้อขายที่ได้มอบหมายให้พนักงานชาวจีนเป็นผู้ดำเนินการ  ดังนั้นขุนนางอยุธยาจึงเป็นเสมือนผู้ดูแลกิจการค้า  ต่างพระเนตรพระกรรณ  หรือดูแลสินค้าแทนเจ้าของเท่านั้น
…………………………….
RUA  SAMPAO  THAI  ( SIAM  LOH )
( THAI  JUNK )
                  RUAN SAMPAO THAI (SIAM LOH) IS A 3 MAST THAI JUNK, BUILT DURING AYUDHYA PERIOD.  IT HAS A HIGH LONG BACK END.  THE ORIGINAL JUNK WAS ADAPTED TO THAI STYLE, BUT THE ANCHOR WAS PLACED AT THE FRONT LIKE THE CHINESE  JUNK.  RUA SAMPAO THAI WAS A LOADING BOAT FOR INLAND AND OVERSEAS MERCHANDISES.  THE TRADE ROUTE BY SAMPAO THAI TO CHINA & JAPAN WERE IN CHARGE OF CHINESE UNDER THE CONTROL OF THAI OFFICER WHO LOOKED FOR KING’S PROPERTY.



เรือสำเภาไทย - มาเลย์

                          เรือสำเภาไทย - มาเลย์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “เรือสำเภาตรังกานู” ที่เรียกติดปากชื่อนี้เพราะ  เมืองตรังกานู (ประเทศมาเลเซียเป็นเมืองที่ต่อเรือประเภทนี้มากจนได้ชื่อว่า  เมืองอุตสาหกรรมการต่อเรือ  ได้รับอิทธิพลมาจากเรือทางแถบยุโรปบ้างเล็กน้อย  เป็นเรือในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยประมาณ  เรือสำเภานี้เป็นเรือที่ทำการค้าระหว่างประเทศ  ในแถบภาคใต้ของประเทศไทย  โดยเฉพาะระหว่างประเทศไทย กับประเทศมาเลเซีย
…………………………….
THAI - MALAY JUNK
                                THAI - MALAY JUNK, ALSO  CALLED TRENGANU JUNK BY ORIGIN, IS BUILT IN TRENGANU, MALAYSIA GOT SOME IDEA FROM EUROPEAN TO DESIGN THIS JUNK.  THE FIRST THAI - MALAY JUNK WAS INTRODUCED TO THAILAND IN THE PERIOD OF RAMA VI TO SERVE FOR INTERNATIONAL TRADE BETWEEN THE CITIES IN SOUTHERN THAILAND AND MALAYSIAN PORTS.



เรือเบาว์ตี้




เป็นเรือสำเภาขนาดใหญ่  มีลักษณะสวยงาม  มีเสาและใบมากเสาตั้งบนเรือ 3 เสา  และเสาใบจิ๊บอยู่หน้าเรืออีก 1 เสา  และจะมีเทพเจ้าแห่งท้องน้ำอยู่หน้าเรือด้านหน้า  เพื่อคอยปกป้องรักษาเรือจากพายุและคลื่นยักษ์  หรือตามภาษาของชาวบ้านของไทยเราเรียกว่า “แม่ย่านางเรือ”  เรือนี้เดิมเป็นเรือรบโบราณของอังกฤษที่ได้สร้างขึ้นในสมัยแรกๆ  ต่อมาได้ใช้พิสูจน์ทฤษฎีว่าโลกแบนหรือโลกกลม  โดยชาวอังกฤษ  ในยุคต่อมา ได้ใช้เรือนี้แสวงหาทวีปใหม่ๆ  หลังจากที่ได้ค้นพบประเทศอินเดีย  และพิสูจน์ได้ว่าโลกกลม  ต่อมาได้มีการค้นพบทวีปอเมริกาและออสเตรเลียตามลำดับ  เรือลำนี้ยังได้เป็นเรือประวัติศาสตร์ของชาวอังกฤษ  และชาวออสเตรเลียในปัจจุบัน  โดยมีประวัติคือ กัปตันคุก (CAPTAIN COOK) ได้นำเรือลำนี้นำนักโทษชาวอังกฤษไปขึ้นฝั่งที่ THE ROCK, SYDNEY AUSTRALIA 
……………………………..

BOUNTY
                                BOUNTY IS A BEAUTIFUL BIG JUNK, THE JUNK IS ALSO DESIGNED FOR MORE POLES AND SAILS, BY MOSTLY, SHE HAS 3 MASTS AND 1 JIB BOOM ON TOP.  THE AQUATIC GOD (MAEYA NANGRUA) IS ALSO FIXED ON THE HEAD TO LOCK AFTER THE BOAT IN THE STORM.  THIS KIND OF BOAT WAS MODIFIED FROM THE BRITISH BATTLE SHIP AND SALLED AROUND THE WORLD IN PROVING THE ROUND GLOVE.  LATER, BOUNTY WAS SAILED TO NEW WORLD AND COLONY INDIA,AFRICA AND AUSTRALIA AND GREAT BRITAIN IN CASE OF CAPT.  COOK LANDED AT THE ROCK SYDNEY WITH PRISONERS, AND THE SITE IS CALLED SYDNEY, SINCE 1785.  NOW THE BOAT IS BUILD TO THE SAME SIZE AND SERVE AS FLOATING RESTAURANT AROUND THE ROCK, SYDNEY, AUSTRALIA.




เรือเอ็นเดฝเวอว์


ในปี ค.. 1768 เรือโทเจมส์คุ๊ก ได้มีการปรับปรุงเรือและเตรียมจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับเรือเอ็นเดฝเวอว์ ก่อนที่จะเดินทางออกจากประเทศอังกฤษ ใน การเดินทางครั้งแรกเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆนั้น เขาได้ค้นพบ ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะตาฮิติ เรือโทเจมส์คุ๊ก ยังเป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมช่วงหลังของยุคกลาง เขาได้ค้นพบพันธุ์พืช และสัตว์ ชนิดต่างๆ และใหม่ๆ ที่ยังไม่มีผู้ใดเคยพบมาก่อน                        
…………………………………
ENDEAVOUR 
                                IN 1768 LIEUTENANT JAMES COOK LEFT ENGLAND ON THE RE-FITTED SUPPLY SHIP ENDEAVOUR. ON HIS FIRST EXPEDITION HE DISCOVERED AUSTRALIA, NEW ZEALAND, TAHITI AND THE SOCIETY ISLANDS. LIEUTENANT COOK WAS ALSO A MODERN DAY EVIRONMENTALIST, FINDING MORE NEW PLANTS AND ANIMALS THAN ANYONE HAD BEFORE.     



เรือยอร์ช คอมพาส โรส

                     เป็นเรือยอร์ชขนาดใหญ่กึ่งเรือสำเภา  มีเสา 2 เสา  และเสาใบจิ๊บด้านหน้า  1 เสา  มีใบรวมทั้งหมด  6  ใบ  เป็นเรือสัญชาติอเมริกา  COMPASS  ROSE นี้  ขณะนี้มีอยู่  2  ลำ  เจ้าของเดียวกัน  ลำหนึ่งอยู่อเมริกา  และอีกลำหนึ่งอยู่อังกฤษ  ภายในตกแต่งสวยหรูระดับโรงแรม  5  ดาว  มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน  ใช้เดินทางเพื่อพักผ่อนท่องเที่ยวตกปลา  มีเรือลำเล็ก  2  ลำ  สำหรับใช้ขึ้นฝั่ง  เพราะเป็นเรือขนาดค่อนข้างใหญ่  สามารถค้างแรมในเรือกลางทะเลได้หลายวัน
…………………………
RUA  COMPASS  ROSE
                                COMPASS ROSE YAUCHT IS A BIG YAUCHT.  IT HAS 2 BIG MASTS AND 1 SMALL MAST AT FRONT.  USUALLY, YAUCHT GOT 6 SAILS.  NOW THERE ARE 2 COMPASS ROSE YAUCHT POSSESED BY THE SAME OWNER.  ONE COMPASS ROSE IS IN AMERICA AND ANOTHER ONE IS IN ENGLAND.  THE CABINS OF THE YAUCHTS ARE ELABORATED FOR LUXURY AS 5 STAR HOTEL.  YAUCHTS ARE SERVED FOR FISHING AND RECREATION.  EACH CARRIES 2 CANOES FOR ON SHORE AT BERTH.  YAUCHT IS A BIG VESSEL, PEOPLE CAN SPENT OVERWEEK OVERSEA BY YAUCHT.




เรือกระแชง

         
ลักษณะของเรือคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง   เป็นเรือท้องกลม   มี 3 ขนาด   คือ   เล็ก  กลาง  และใหญ่  ท้องเรือโค้งกลม มี “ทวนหัวและทวนท้าย”  แบบเรียบ  กงเรือเป็นไม้โค้งตามท้องเรือ และวางเรียงกันถี่มาก  เพื่อความแข็งแรง ข้างเรือจะเป็นแผ่นไม้หนายึดเหนี่ยวด้วยลูกประสัก (สลักที่ทำจากไม้แสมเหลากลม  ด้านนอกจะโตกว่าด้านใน  ส่วนปลายลูกประสักด้านใน  ผ่ากราดด้วยลิ่มกันลื่นออก  บนดาดฟ้าทำประทุนครอบเรือ (หลังคาและมีฝาไม้ปิดด้านหน้าและด้านหลัง   ทำเป็นที่อยู่อาศัยของคนทั้งครอบครัว  ใช้เรือยนต์เป็นเรือลากจูง  ถ้าเดินทางระยะใกล้ๆจะใช้ถ่อ และเรือกระแชงนี้จะมีเรือสำปั้นเล็กประจำเรืออยู่ด้วย 1 ลำ เพื่อที่จะใช้เข้าฝั่งหรือไปตลาดได้ง่ายขึ้น
…………………………
RUA  KHACHANG
RUA KRACHANG, HAS A HALF WATERMELON SHAPE.  THERE ARE 3 SIZES; SMALL, MIDDLE AND LARGE.  SHE HAS CURVED BOTTOM WITH ORDINARY “FORE TUAN” & “BACK TUAN”.  THE RIBS WERE MADE OF WOOD AND CLOSELY SPACED FIXED ALONG THE KEEL.  THE GUNWALES ARE MADE OF THE PIECES OF HARD WOOD AND FIXED WITH A VOPSEWOOD BOLT.  ON THE DECK THERE IS A FIRM SHED WITH WOODEN PARTITIONS AT THE FRONT AND BACK.  THE BOAT CAN BE TOWED BY THE ENGINE BOAT FOR ALONG JOURNEY BUT FOR A SHORT JOURNEY THE POLE CAN VE USED.  ON RUA KRACHANG THERE IS A SMALL BOAT FOR ROWING TO THE SHORE.



เรือเมฆขลา



เป็นเรือที่นำเรือกระแชงมาดัดแปลงตกแต่ง ทำเป็นเรือท่องเที่ยว  ได้รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา จากกรุงเทพฯ ไปอยุธยา มีห้องพักภายในเรือ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน  พร้อมทั้งเครื่องปรับอากาศในห้องพักทุกห้อง  ดาดฟ้าด้านบน จะเป็นที่พักผ่อนตามอัธยาศัย  นักท่องเที่ยวจะได้พบกับวิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำ  และชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเรือในน่านน้ำเจ้าพระยา  อีกรูปแบบหนึ่งด้วย
……………………………
RUA  MEKHALA
                                RUA MEKHALA IS ELABORATED RUA KRACHAENG FOR TOURISTS BOTH THAI AND FOREIGNERS.  NORMALLY, SHE IS A SHUTTLE BOAT BETWEEN BANGKOK AND AYUDHAYA.  THERE ARE AIR-CONDITIONED CABINS, THE DECK FOR RELAXATION AND MORE FACILITIES TO ENHANCE.  THE TOURISTS HAPPINESS.  TO MAKE A TRIP BY RUA MEKHALA YOU WILL FIND THE PEOPLE SPENT THEIR LIVES IN BOTH WATERSIDE OF THE CHAO PHAYA RIVER.





เรือใบมดจำลองฉลองกาญจนาภิเษก


                                ปี พ.. 2510  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเขียนแบบแปลนเรือ  และทรงต่อเรือใบมดจากต้นแบบด้วยพระองค์เอง  ต่อมาได้ทรงดัดแปลงเรือใบมดอีกเล็กน้อย  เพื่อทรงใช้เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4  ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันขึ้นระหว่าง  9 -16  ธันวาคม  2510  ผลการแข่งขันเรือใบประเภท  โอ.เคพระองค์ทรงชนะการแข่งขัน  ได้รับเหรียญทองเมื่อวันที่  16  ธันวาคม  2510  ซึ่งถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ทางการกีฬา  รัฐบาลจึงได้กำหนดวันดังกล่าวของทุกปีเป็น “วันกีฬาแห่งชาติ ” 
                                ในวโรกาศ อันเป็นมหามงคลที่จะฉลองปีกาญจนาภิเษกในวันที่  9  มิถุนายน  2539  นางพิมพา  ลิมปพยอม  คุณหญิงโรส  บริบาลบุรีภัณฑ์  และนายกมล  วิบูลกิจธนากร  ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดทำโครงการ เรือใบมดจำลองประดิษฐ์ด้วยไม้สนอย่างปราณีต สำหรับผู้ที่มอบเงินสบทบทุนใน “โครงการร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย”  จะได้รับเรือใบมดจำลองไว้เป็นที่ระลึก 1 ลำ โดยจะนำรายได้ขึ้นทูลเกล้าถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย
……………………………..
MINIATURE MOD SAIL BOAT
IN 1967, THE ORIGINAL MOD SAIL BOAT WAS DESIGNED AND BUILT BY HIS MAJESTY THE KING BHUMIPHOL ADULDEJ.  AFTER MINOR MODIFICATION FOR BETTER PERFORMANCE, THE MOD SAIL BOAT WAS THEN USED BY HM THE KING IN THE FORTH SEAP GAME’S SAIL BOAT COMPETITION HELD IN BANGKOK, THAILAND DURING 9 - 16 DECEMBER 1967.  HM THE KING WON A GOLD MEDAL IN THE “O.K.” CLASS ON 16 DECEMBER 1967.  IT BROUGHT PRIDE TO THE WHOLE NATION.  SINCE THEN, “DECEMBER 16th IS DECLARED TO BE “THE NATIONAL SPORT DAY”.
                                ON THE AUSPICIOUS OCCASION OF THE 50th ANNIVERSARY OF HM THE KING’S ACCESSION TO THE THRONE, MRS. PIMPA LIMPAPHAYOM KHUNYING ROSE BORIBALBURIHAND MR. KAMOL WIBULKITTHANAKORN, UNDER HM THE KING’S CONSENT, HAS ORGANIZED A PROJECT FOR THE KING’S CHARITY FUND TO PRODUCE CEDAR HANDICRAFTED “MINIATURE MOD SAIL BOAT” FOR PERSONS MAKING DONATION TO SUPPORT HM THE KING’S PROJECT.



เรือเสด็จประพาสต้น  ( เรือหางแมลงป่อง หรือ เรือแม่ปะ )


เรือเสด็จประพาสต้น เป็นเรือที่ข้าราชบริพารและประชาชนได้ร่วมกันจัดสร้างเรือหางแมลงป่อง  หรือเรือแม่ปะและตกแต่งเรือโดยมีเก๋งเรือ 2 ตอน  คือตอนกลางจะเป็นที่อยู่อาศัย และตอนท้ายจะเป็นที่เก็บสัมภาระ  สร้างขึ้นเพื่อถวายให้แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ โดยใช้เป็นเรือพระที่นั่ง เสด็จประพาสทอดพระเนตรกิจการบ้านเมือง ตามเมืองใหญ่น้อย ในพระราชอาณาเขตทั่วทุกเมืองไม่มีเว้น ในราวปี พ.ศ. 2449  เรือเสด็จประพาสต้นลำนี้ ได้รับพระราชทานนามเรือว่า เรือสุวรรณวิจิก



………………………….


RUA SADEJPRASTHON RAMA V
                                RUA SADEJPRAPASTHON RAMA V WAS BUILT BY THE ATTENDANTS AND THE PUBLIC.  SHE WAS ELABORATED FROM THE SCORPION’S TAIL BOAT, CONSISTED OF 2 PARTS OF SEDAN.  THE FIRST PART SITUATED IN THE MIDDLE OF THE BOAT WHICH WAS USED AS AN ACCOMODATION, AND THE SECOND PART AT THE REAR USED FOR KEEPING THINGS.  THIS BOAT WAS PRESENTED TO THE KING RAMA V FOR H.M. OFFICIAL VISIT TO THE CITIES SITUATED BESIDE THE RIVERS IN 1906; THE BOAT WAS NAMED “RUA SUWANNAVIJIK” BY HIS MAJESTY.







                                เรือตามเสด็จ  เป็นเรือที่ข้าราชบริพาร  ใช้ตามเสด็จอารักษ์ขา  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)  โดยสร้างตกแต่งมาจาก  เรือหางแมลงป่องหรือเรือแม่ปะ  กลางลำเรือใส่ประทุนเป็นที่อยู่อาศัย  ตอนท้ายเป็นเก๋งไว้เก็บสัมภาระ  ใช้เสด็จตามขบวนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทอดพระเนตรกิจการบ้านเมือง  ตามเมืองใหญ่น้อย  ในพระราชอาณาเขตทั่วทุกเมืองไม่มีเว้น  ในราวปี  ..  2444

……………………………. 

RUA TAM SADEJ RAMA
                                RUA TAM  SADEJ WAS SERVED TO SECURED THE KING RAMA V IN THE ROYAL BOAT PARADE.  SHE WAS A CONVERTED MODEL OF A SCORPION’S TAIL BOAT, CONSISTED OF A CABIN IN THE MIDDLE PART AND A SHED FOR KEEPING THINGS AT THE REAR.  DURING THE KING RAMA V TOOK OFFICIAL VISIT THE NEARLY RIVER CITIES IN 1901, THIS BOAT WAS SERVED AS A PATROL BOAT IN THAT POCESSION.




เรือไวกิ้ง หัวมังกร


เรือไวกิ้ง  เป็นเรือที่ใช้กันในแถบสแกนดิเนเวีย  สร้างด้วยไม้ทั้งลำ  หัวเรือและท้ายเรือแหลมและงอนสูงขึ้น  ส่วนกลางลำเรือป่องกว้าง หางเสืออยู่ด้านข้างส่วนท้ายเรือ  ในบางลำส่วนหัวเรือมักจะทำเป็นรูปหัวสัตว์ต่างๆ   แล้วแต่ความคิดของเจ้าของเรือหรือช่างผู้สร้าง  แต่ส่วนมากมักจะสร้างเป็นรูปหัวมังกร  ที่พักของคนเรือจะพักกันในลำตัวเรือใต้พื้นดาดฟ้าเรือ และเป็นที่เก็บของด้วย ใช้ใบรูปสี่เหลี่ยม 1 ใบสำหรับการขับเคลื่อน  ชักอยู่บนเสากระโดง ใบเรือนิยมทำด้วยหนังสัตว์หรือผ้า  นอกจากนี้ยังใช้กำลังคนพาย เรือไวกิ้งต้องมีคนมาก เพราะเรือไม่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการเดินเรือเลย  ทุกอย่างต้องมาจากกำลังคน ไม้พาย 1 อันใช้คนพาย 1 - 2 คน แล้วแต่ขนาดของเรือโดยประมาณเรือไวกิ้งใช้คนประจำเรือ 40 - 50 คน  เป็นเรือรับ - ส่ง  สินค้าทั่วไป

………………………………

VIKING  DRAGON  HEA
DRAGON HEAD VIKING IS POPULAR AMONG SCANDINEVIAN PEOPLE.  SHE IS BUILT OF WOOD WITH HEAD AND TALL ARE SHARPEN AND POTBELLED.  THE RUDDER IS FIXED AT A BACK SIDE.  SOME VIKINGS ARE DECORATED BY THE ANIMAL’S HEAD, BUT MOSTLY DRAGON.  THE FLOOR UNDER THE DECK CAN BE USED FOR KEEPING THINGS AND TAKE REST.  THE SAILS ARE MADE OF CLOTH OF HIDE WITH RECTANGULAR SHAPE FIXED ON THE POLES VIKING ALSO CAN BE ROWED BY MANPOWER, AND THERE IS NO MODERN EQUIPMENT IN THE VIKING.  MANPOWER OF 40 - 50 PLAY AN IMPORTANT ROLE IN VIKING MOVEMENT FOR LOADING AND PASSENGERS.





เรือไวกิ้งรบ


เป็นเรือรบของชาวสแกนดิเนเวีย สร้างด้วยไม้ทั้งลำ หัวเรือและท้ายเรือแหลม และงอนขึ้นสูง ส่วนกลางลำเรือป่องกว้าง หางเสืออยู่ทางด้านข้างส่วนท้ายเรือ เรือไวกิ้งรบจะมีรูปร่างเพรียวกว่าเรือไวกิ้งธรรมดา ในบางลำก็ทำหัวสัตว์ต่างๆ  อย่างเช่นหัวมังกรเข้ามาใส่ด้วย จะมีโล่ห์บังธนู ประจำที่ของคนพายบนเรือ ทุกคนจะต้องมีอาวุธประจำตัวเช่น  ดาบ  หอก  หรือธนู  บางครั้งพวกโจรสลัดก็ใช้เรือไวกิ้ง  เป็นเรือโจรสลัดปล้นสะดมเรือสินค้า  หรือเรือเดินทะเลทั่วๆไปด้วย
………………………………
BATTLE VIKING
BATTLE VIKING WAS A BATTLE SHIP OF SCANDINEVIAN PEOPLES.  SHE WAS BUILT OF WOOD WITH SHARPEN HEAD AND TAIL AND POTBELLIED.  THE RUDDER IS FIXED AT HER BACK SIDE.  THE BATTLE VIKING WAS SLENDER THAN COMMON VIKING.  SOME VIKINGS ARE DECORATED BY THE ANIMALS HEAD E.G. DRAGON AND THERE WAS A SHIELD TO PROTECT THE ROWER FROM THE OUTSIDE ARROWS.  EACH ROWER EQUIPED WITH ARM E.G. SWORD, SPEAR, OR ARROW.  IN HISTORY THE PIRATS WERE ALSO SALLED VIKING FOR ROBBERY THE CARGO OR PASSENGER BOAT.




เรือประมงอวนลากแผ่นตะเฆ่



                                เมื่อในราวต้นปี พ.. 2503 เมื่อรัฐบาลได้เริ่มทำการพัฒนาทางการประมง  โดยเฉพาะในด้านการประมงในทะเลลึกมาทดลองใช้ในอ่าวไทยแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมากรมประมงโดยความร่วมมือของรัฐบาลเยอรมัน ได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมการประมงอวนลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำอวนลากแบบแผ่นตะเฆ่  ซึ่งโครงการนี้ประสบผลสำเร็จมาก  เรือประมงอวนลากแผ่นตะเฆ่เป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศไทย ในปี พ.. 2521 ผลผลิตทางการประมงได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้การค้าทั้งตลาดภายในประเทศและเป็นสินค้าส่งออก เพิ่มมากขึ้นด้วย ชนิดของสัตว์น้ำส่วนใหญ่ที่จับได้คือ ปลาเป็ดกุ้งทรายปลาหมึกกล้วยปลาหมึกกระดอง  และสัตว์น้ำอื่นๆ
……………………………

OTTER  TRAWL FISHING  BOAT
                                OTTER TRAWL FISHING BOAT IS A FISHING NET BOAT.  SHE WAS INTRODUCED FROM GERMANY TO THAILAND IN 1960.  DURING THIS YEAR THAI FISHERMEN WERE ENABALE AND SUPPORTE BY GERMAN GOVERNMENT TO USE DRAWING NET IN CATCHING FISH.  THE DRAWING NET PULLED BY OTTER TRAWL FISHING BOAT WAS WIDELY KNOWN AMONG PRODUCTS ARE AVAILED FOR LOCAL NEED AND THE SURPLUS CAN BE EXPORTED.  THE AQUATIC WHICH IS EXPLOTED ARE SMALL FISH, PRAWN SQUID, ETC.


เรือลากจูง




                                เรือลากจูง  หรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  “เรือโยง”  เดิมเป็นเรือกลไฟ  แต่ปัจจุบันหันมาใช้เครื่องยนต์ดีเซล  เพราะสะดวกและประหยัดกว่า  ใช้เป็นเรือลากจูงเรือกระแชง  เรือเอี้ยมจุ๊น  เรือบรรทุกข้าว  อิฐ  หิน  ปูน  ทราย  และสินค้าต่างๆจากเมืองหนึ่ง  ไปยังอีกเมืองหนึ่ง  ได้มีการดัดแปลงเรือลากจูง  มาเป็นเรือแท๊กซี่  ก็มีให้เห็นตามท้องน้ำด้วย
………………………….
RUA LAK CHOONG
                                RUA LAK CHOONG OR RUA YONG IS A TOWING BOAT ORIGINALLY, RUA LAK CHOONG WAS A STEAM BOAT, BUT LATER, THE PEOPLE TRY TO SAVE THEIR EXPENSES BY INTRODUCING AN ENGINE BOAT FOR TOWING ANOTHER LOADING BOAT.  TODAY  RUA LAK CHOONG IS ALSO USED AS A TAXI BOAT FOR RENT.




เรือ ยาตรา โอรูว่า



เรือในประเทศศรีลังกา  เป็นทั้งเรือประมงและเรือขนส่งสินค้าและผู้คนขนาดกลาง  ระหว่างประเทศศรีลังกา สู่อินเดีย  และประเทศศรีลังกาสู่เกาะสุมาตรา เรือประเภทนี้เป็นเรือใบ ลักษณะพิเศษคือ  ตัวเรือจะมีทุ่นลอยน้ำติดที่ปลายทั้งสองข้าง  มีประโยชน์ในการพยุงเรือเวลาแล่นอยู่ในมหาสมุทรที่มีพายุลมแรง  แต่ต่อมาได้ถอดทุ่นออกข้างหนึ่ง หรือสองข้าง  เพื่อที่จะได้สะดวกในการเลี้ยว  และทำให้เรือแล่นได้เร็วขึ้น  ในส่วนที่ใช้เป็นเรือประมงก็ยังคงทุ่นเอาไว้  เพื่อเป็นการทรงตัวและสะดวกในการจับสัตว์น้ำ
…………………………….
YATRA  ORUVA
                                RUA YATRA ORUVA WAS ENTRODUCED BY CEYLONESE.  YATRA ORUVA BOAT SERVED IN THAILAND AS FISHING AND TRANSPORTING TO AND FROM INDIA, SRI LANKA AND SUMATRA.  THE DISTINCTION OF THIS BOAT IS THE HULL ATTACHED BY FLOAT AT 2 SIDES FOR STABILIZING OF THE STORM.  AFTER MODIFICATION FOR MORE SPEED AND FLEXIBITY THE 2 FLOATS ARE REMOVED BUT FOR FISHING THESE 2 FLOATS ARE ATTACHED TO SAVE THE JOLTING WHILE PULLING THE NET.




เรือยอดไชยา


                                ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  5  ทรงประทับเรือมาดเป็นเรือพระที่นั่ง  เสด็จกลับจากเมือง ฉะเชิงเทรา  ตามคลองแสนแสบ  ได้รับพระราชทานนามเรือว่า  “เรือยอดไชยา”  ได้ประทับแรมที่เมืองมีน (มีนบุรี)  ก่อนเสด็จกลับถึงกรุงเทพฯ  ลักษณะของเรือเป็นเรือมาดขนาดเล็ก ซึ่งขุดจากซุงทั้งต้นแล้วนำมาใส่เก๋งกลางลำเรือ  เป็นเรือสองแจวหัวและท้าย  และยังเป็นเรือที่ข้า
ราชการใช้ในการเก็บภาษีและช่วยแหลือชาวบ้าน  ในสมัยรัชกาลที่ 5  มีใช้กันมากในภาคกลาง  โดยเฉพาะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
……………………………
RUA YOT CHAIYA
                                IN THE REIGN OF KING RAMA V, MADE A TRIP ALONG KHLONG SAEN SAP FROM CHA-CHOENGSAO TO BANGKOK BY A RUA MAT.  THE BOAT WAS NAMED RUA YOT CHAIYA.  RUA YOT CHAIYA IS ALUMBER DUG OUT BOAT WITH SHELTER IN THE MIDDLE PART.  TWO ROWERS; THE FRONT AND THE BACK ARE REQUIRED IN MOVING THE BOAT.  THIS BOAT WAS ALSO USED BY OFFICERS IN COLLECTING REVENUE AND LOOKING AFTER THE PEOPLE.  THIS KIND OF BOAT IS ALSO A LAYMAN BOAT IN CHA-CHOENGSAO AND OTHER PROVINCES IN CENTRAL PART OF THAILAND.


เรือเอี้ยมจุ๊น



        เรือรูปร่างอ้วน นิยมต่อเรือด้วยไม้เคี่ยม  ท้องเรือเรียวแหลมเล็กน้อย  กงเรือไม้โค้งตามท้องเรือวางเรียงกันพอประมาณ  เพื่อความแข็งแรงของท้องเรือ  หัวและท้ายของเรือเอี้ยมจุ๊น เป็นสันเรียกว่า “ทวนตั้ง” ท้ายเรือมีเพิงหลังคาใช้เป็นที่พักและที่นั่งของผู้ถือท้ายเรือ (หางเสือเรือเอี้ยมจุ๊น ใช้เป็นเรือบรรทุกของ ลากจูงด้วยเรือยนต์
………………………………..
RUA  IAM  JUN
                                RUA IAM JUN IS A ROUND SHAPE CARVEL BUILT BOAT.  MOSTLY ARE BUILT WITH TEAK OR BLACK WOOD BOARD.  THE BOTTOM OF RUA IAM JUN IS RATHER SHARP.  THE RIBS WERE MADE OF CURVED WOOD.  AND PLACED ALONG THE BOTTOM FOR STRENGHTEN.  THE BOW AND STERN LOOK LIKE A RIDGE, CALLED TUAN TANG.  AT THE REAR, THERE IS A CARGO OR TOWING BOAT.  MOST ARE USED FOR LOADING SALT, THE NAME IAM JUN IS DERIVED FROM CHINESE TAE-CHEW NAME; IAM = SALT;  JUN = RUA





เรือสำปั้น


เป็นเรือต่อที่มีหัวและหางเรือตัดตรง  ส่วนหางจะเชิดสูงกว่าหัวเรือ  เดิมเป็นแบบเรือของชาวจีนที่ต่อขึ้นด้วยไม้ 3 แผ่น  แต่คนไทยได้ปรับปรุงเสริมแต่งให้สวยงามกว่า  และต่อด้วยไม้ 5 แผ่น  และทำให้เพรียวขึ้น  มีความอ่อนช้อยสวยงามกว่าเดิม  เรือสำปั้นมีหลายขนาด  สำหรับขนาดเล็กที่มีหัวท้ายยาวเพรียว  สามารถนั่งได้เพียงคนเดียว เรียกว่า “เรือสำปั้นเพรียว”  เป็นเรือที่พระใช้สำหรับบิณฑบาต  ส่วนเรือสำปั้นทั่วๆไป ใช้ประจำบ้าน  หรือพ่อค้า - แม่ค้า  นำมาใช้เป็นเรือค้าขาย
เรือสำปั้น ยังสามารถนำมาตกแต่งให้มีความแตกต่างกันออกไปอีก เช่น ติดแจวติดใบ จะเรียกกันว่า “เรือสำปั้นแปลง
…………………………………

RUA  SAMPAN
                                RUA  SAMPAN  IS  A  CARVEL  BUILT.  HER  BACK  END  IS  HIGHER  THAN  FRONT  END.  THE  MODEL  OF  RUA  SAMPAN  IS  ADAPTED  FROM  CHINESE  BOAT  WHICH  CONSISTED  OF  3  LONG  BOARDS  TO  5 LONG  BOARDS  AND  ELABORATED  MORE  PERTTY.  THERE  ARE  MANY  SIZES  OF  RUA  SAMPAN.  THE  SMALL  SIZE  FOR  SINGLE  ROW.  CALLED  “ RUA  SAMPAN  PIEU ”  IS  USED  BY  THE  MONK  FOR  RECEIVE  FOOD  OFFERING. THE  PEOPLE  ROW  RUA  SAMPAN  FOR  THEIR  BUSINESS  AND  THE  MERCHANTS  ROW  FOR  THEIR  SELLING.




เรือฉลอม


     มีต้นกำเนิดอยู่ในภาคกลาง  มีใช้มากในจังหวัดที่มีแม่น้ำใหญ่ติดต่อกับทะเล เช่น ฉะเชิงเทรา  สมุทรสงคราม  สมุทรสาครเป็นต้น  เรือฉลอมนับได้ว่าเป็นเรือชนิดหนึ่งที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้  เดิมทีเดียวใช้เป็นเรือประมงและรับส่งสินค้าชายฝั่ง  เป็นเรือชนิดแรกของไทยที่สามารถกางใบแล้ววิ่งทวนลม (วิ่งก้าว
         ได้ในสมัยที่ไทยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่  1 และ 2  เรือฉลอมมีบทบาทมากในการลำเลียงพลฯ  เรือฉลอมเป็นเรือขนาดกลางถึงใหญ่   ถ้าเป็นขนาดกลางจะใช้ใบเดียว ถ้าเป็นขนาดใหญ่จะใช้ 2 ใบ  เสากระโดงเรือใหญ่เอนไปทางท้ายเรือเล็กน้อย  มีหางเสือ  2  อันห้อยลงสองข้างท้ายเรือ  เวลามีคลื่นลมแรงจะใช้หางเสือทั้งสองอัน  ถ้าคลื่นลมสงบจะใช้หางเสือเพียงอันเดียว เพราะสามารถหย่อนลงไปได้ลึก และยังถ่วงมิให้เรือโคลงไปตามลม  ใบหางเสืออีกอันที่เหลืออาจถอดตั้งไว้ท้ายเรือ โดยเอาใบหางเสือขึ้นทำเป็นใบเรือได้อีกด้วย เพื่อให้หัวเรือหันสู้ลม เรือจะได้ไม่ส่ายไปมา
………………………………
RUA CHALOM
RUA CHALOM IS ORIGINATED IN THE CENTRAL PAST OF THAILAND, ESPECIALLY IN THE AREA OF MAIN RIVERS. E.G. CHA-CHOENGSAO, SAMUTSONGKRAM, SAMUTSAKORN.  RUA CHALOM IS USED AS A FISHING AND LOADING BOAT.  SHE IS THE FIRST BOAT OF THAILAND WHICH CAN BE SAILED AGAINST THE WIND.  DURING WORLD WAR 1 AND 2 RUA CHALOM WAS USED FOR TRANSPORTING THE TROOPS.
                                THE SIZE OF RUA CHALOM VARIES FROM MIDDLE TO LARGE, BUT THE MIDDLE SIZE HAS ONLY ONE SAIL WHILE THE BIG SIZE HAS 2 SAILS, LONG AND SHORT.  THE POLE OF THE LONG SAIL IS SET UP TILT TO THE BACK.  RUA CHALOM HAS 2 RUDDERS FIXED IN BOTH SIDES AT THE BACK.  THESE 2 RUDDERS CAN KEEP ROLLING TO SAIL AGAINST THE STORM, BUT IN CLEAR WEATHER ONLY ONE RUDDER WHICH THE POST FIXED DOWN TO THE BOAT AND PUT DOWN IN DEEP WATER CAN BE SAILED SAFE AND SOUND, THEN LAY DOWN ANOTHER RUDDER TO THE FLOOR AT THE BACK AS A BALLAST TO KEEP ROLLING AND APPLY THE BLACE OF THE RUDDER AS A SAIL TO HOLD THE BOAT’S HEAD CONFRONT TO THE WIND.




เรืออีแปะ

         เป็นเรือต่อ หัวและท้ายถากตรง มีกาบรอบตลอดลำเรือ มีตำนานเล่ามาว่า เดิมเป็นเรือสำปั้น หลุดลอยตามลมพายุฝนมา และมีผู้เก็บเรือได้ ไม่รู้ว่าเรือลำนั้นเป็นของใคร ใครเป็นเจ้าของ ได้มีการสอบถามหาเจ้าของเรือ มีผู้ที่อ้างเป็นเจ้าของเรือหลายคน และก็ตกลงไม่ได้ว่าเป็นของใคร ผู้เก็บเรือได้จึงทำการดัดแปลงเรือใหม่ให้แตกต่างจนจำไม่ได้เลยว่า เคยเป็นเรือสำปั้นมาก่อน ต่อมาเรืออีแปะ ได้เป็นที่นิยมของพ่อค้าชาวจีน  นำมาใช้เป็นเรือขายกาแฟ โอเลี้ยง พอนึกถึงเรืออีแปะ ก็จะทำให้นึกถึง อาแปะขายกาแฟด้วย
………………………………
RUA E-PAE
                                RUA E-PAE HAS STRALIGHT BOW AND STERN.  IT HAS GUNWALES ALL ALONG THE HULL.  ACCORDING TO A LEGEND; THERE WAS ONE RUA SAMPAN FLOATED BY STORM.  THE MAN WHO FOUND IT TRIED TO FIND THE OWRNER, BUT FALLED.  HE, THEN, REFORMED THAT BOAT TO RUA  E-PAE  APPEARANCE FOR NON RECOGNITION TO THE OWNER LATER, RUA E-PAE  IS POPULAR AMONG THE CHINESE TRADER, WHO USED THIS BOAT FOR PEDDLING COFFEE AND TEA.  ANUONE WHO TALK ABOUT RUA E-PAE  US RECAKKED TO AH-PAE, THE OLD CHINESE WHO SELLS THINGS.




เรือแข่ง

          เป็นเรือชุดที่มีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของท่อนซุง การกำหนดมาตราฐานของเรือแข่ง จะกำหนดจากประมาณของฝีพาย เรือแข่งขนาดเล็ก ประมาณ 10-15 ฝีพาย เรือแข่งขนาดกลาง ประมาณ 20-25 ฝีพาย เรือแข่งขนาดใหญ่ ประมาณ 30-35 ฝีพาย แต่ปัจจุบัน นิยมกันมาขนาดของงเรือแข่ง เป็นขนาดกลาง 20-25 ฝีพาย เรือแข่งเป็นเรือที่ชาวบ้าน หรือหน่วยงานราชการร่วมกับทางวัด หรือร่วมกันทุกฝ่าย สร้างขึ้น ไม้ที่นิยมใช้ทำเรือแข่ง ส่วนใหญ่เป็นไม้ตะเคียน ไม้สัก หัวเรือจะยาวกว่าท้ายเรือ และเมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะมีพิธีเชิญแม่ย่านางเรือ และตั้งชื่อเรือ เพื่อให้เป็นสิริมงคล สมัยก่อนจนถึงปัจจุบันยังนิยมแข่งเรือ เรือแข่งเป็นประเพณีสืบทอดกันมา เทศกาลในการแข่งเรือ จะอยู่ในช่วงหลังออกพรรษา
……………………………..
RUA KHAENG
                                RUA KHAENG IS A RACE ROWING BOAT.  SHE IS A LUMBER DUG-OUT BOAT.  THE SIZE AND LENGTH OF RUA KHAENG DEPENDS ON THE SIZE OF THE LUMBER.  THE RACE ROWING IS DEVIDED BY THE MUNBER OF ROWERS, E.G. SMALL SIZE; 10-15 ROWERS, MEDIUM SIZE, 20-25 ROWERS, BIG SIZE; 30-35 ROWERS.  TODAY RUA KHAENG, ESPECIALLY THE MEDIUM AIZE, IS POPULAR AROUND THE COUNTRY, THE BOAT ARE SUPPORTED BY THE TEMPLES OF THE PROVINCIAL OFFICER.




เรือหางยาว

        เป็นเรือที่ต่อ ด้วยไม้อัด  ท้องเรือมี 2 แบบ  แบบแบนและแบบตัววี  แต่ที่นิยมใช้กันมากมักจะเป็นแบบแบน  เคลื่อนที่โดยเครื่องยนต์ที่อยู่ท้ายเรือ  ที่มีเพลาติดใบพัด  กล่าวกันว่า นายสนอง  ฐิตะปุระ  เป็นผู้ให้กำเนิดเรือหางยาวนี้เมื่อ พ.. 2476 โดยการนำเรือพายม้ามาติดเครื่องยนต์ฉุดระหัดน้ำ  ต่อเพลายาว 2 เมตร  ติดใบจักร 2 แฉก  ใช้แจวเป็นหางเสือผูกติดกับหลักแจว  บังคับทิศทาง  ปัจจุบันเรือหางยาวได้มีการพัฒนารูปแบบเรื่อยมา  และมีใช้กันอย่างแพร่หลาย  เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ  ที่ได้สัญจรทางน้ำโดยใช้เรือหางยาว
***************************** 
RUA HANG YAO
                                RUA HANG YAO IS A LONG TAIL BOAT. SHE IS BUILT OF PLYWOOD AND HAS TYPES OF THE BOTTOM. ONE IS FLATTED AND THE OTHER IS A “V” SHAPE BOTTOM, THE FLATTED BOTTOM BOATS ARE WIDELY USED BECAUSE THEY CAN CARRY MORE PASSENGERS. RUA HANG YAO MOVED BY A TURBINE TAIL ATTACHED TO THE ENGINE. RUA HANG YAO IS INVENTED BY SANONG THITAPURA IN 1933. HE ADAPTED RUA PAI MA TO RUA HANGYAO ATTACHING THE TURBINE TAIL AND ENGINE. TODAY RUA HANG YAO IS DEVELOPED IN MANY FOR CARRYING MORE PASSENGERS. SHE IS POPULAR AMONG THIS AND FOREIGNERS WHO ENJOY TO TRAVEL IN THE RIVERS AND CANALS.




เรือผีหลอก

            เรือต่อที่มีรูปร่างเพรียวยาวจากท้ายเรือ  ค่อยๆ ลู่เข้าหาหัวเรือ  ถ้ามองดูเรือด้านบนจะเป็นสามเหลี่ยมยาวคล้ายลิ่มไม้  ถัดจากกระดานปูพื้นหัวเรือเข้ามาทางกราบเรือด้านซ้าย  จะขึงตาข่ายสูงประมาณ 70 - 80 .ทางกราบเรือด้านขวาจะมีกระดานทาสีขาวติดหลักปรับมุมได้  ติดอยู่ขอบนอกกราบเรือยาวจากกระดานหัวเรือ ถึงกระดานท้ายเรือ (ลักษณะแบบเดียวกับไม้ตะเข้เรือประมง)  ถัดมาเป็นกระดานท้ายเรือมีหลักแจวติดกับกราบเรือซีกซ้ายมือ  เช่นเดียวกับซีกแหตาข่าย  อาจจะต่อเติมทำที่พักหลับนอนในส่วนตอนท้ายเรือไว้ด้วย  ในช่วงเดือนหงายจะพบเรือผีหลอกพายเลาะข้างตลิ่ง  หันซีกเรือด้านแผ่นกระดานสีขาวสำหรับหลอกตาปลาเข้าหาฝั่ง  เวลาพายกระทบผิวน้ำ  น้ำกระเพื่อมกับแผ่นกระดานสีขาว  พอตาปลาไปกระทบกับแสงวูบวาบหลอกตาปลา  ปลาจะตกใจกระโจนผึงขึ้นมาเหนือน้ำ  ถ้าหล่นแรงไปโดนตาข่ายปลาจะลื่นไถลตกลงไปในน้ำใต้ท้องเรือ  ซึ่งจะมีทางมะพร้าวปกคลุมท้องเรือเอาไว้เต็มไปหมด  ทำให้ท้องเรือมืด  ปลาไปโดนกับพวกกิ่งทางมะพร้าวและท้องเรือที่มืด  ก็นึกว่าเป็นที่หลบกำบัง  ก็จะไม่ตกใจกระโจนหนีไปอีก   เจ้าของเรือจะพายเรือออกหาปลาประมาณราว  1  ทุ่ม  เรื่อยๆ ไปจนเกือบเช้าตรู่พอดีเอาปลาไปส่งตลาดเลย มีคติโบราณกล่าวถึงพวกใช้เรือผีหลอก มักจะหาภรรยาได้ยากวิเคราะห์ดูแล้ว อาจเนื่องมาจากฝ่ายชายไม่ค่อยมีเวลาให้กับภรรยาที่อยู่ทางบ้าน พอพลบค่ำจะอยู่บ้านเฝ้าเรือนเหมือนคนทั่วไปก็หาไม่ ออกหากินกลางคืนประดุจภูตผีถึงได้ไปหลอกปลาเอาเข้า พอเช้าหน่อยตาก็ปรือจากการอดหลับอดนอน พอส่งปลาเสร็จก็หาที่หลับงีบก็คงจะเป็นในเรือซึ่งสะดวก การที่จะกลับบ้านไปหาภรรยาที่รออยู่ที่บ้าน ซึ่งต้องเดินทางไปอีกระยะหนึ่งก็งดเสีย ส่วนการที่จะนำภรรยามาอยู่ในเรือ ก็ดูจะไม่สะดวกเพราะเรือผีหลอกเล็กและแคบ ถ้ากว้างใหญ่ก็ไม่เหมาะกับการพายเรือเลาะไปข้าง ๆ ตลิ่ง ในจะโดนพวกเถาวัลย์หรือพวกตอไม้ก็จะพายลำบากมาก อีกประการหนึ่งเรือผีหลอกทำเป็นที่พักคงไม่ค่อยมิดชิด จะสร้างให้ดีเหมือนเรือลำอื่นก็ไม่เหมาะกับการใช้งานที่มีครอบครัวแล้วก็จะเกิดปัญหาทะเลาะกันได้ เนื่องจากไม่มีเวลาให้กับภรรยา
***************************

RUA PHI LOK

                RUA PHI LOK IS A LONG BOAT WITH THE STERN CURVED UPWARD.  THE TOP VIEW OF THE VESSEL IS AN ELONGATED TRAINGLE RESEMBLING   A WOODEN EDGE.  LONG WOODEN PANELS ARE LAID ON THE FLOOR AT THE PROW.  ON THE PROPER LEFT OF THE BOAT IS PALCED WOVEN PANCLS 70 - 80 CM HIGH.  IN CONTRAST, A WOODEN BOARD PAINTED WHITE IS ATTACHED TO THE OTHER SIDE THTOUGHOUT THE LENGTH IN THE SAME FASHION WITH A FISHING BOAT.
        AT THE STERN IS ATTACHED A WOODEN POLE TO TOW THE BOAT, AND THE FISHING NET IS ATTACHED ON THE LEFT-HAND SIDE.  THE CABIN IS INSTALLED AT THE STERN.  THESE BOATS WERE FOR FISHING DURING THE NIGHTS OF CRECENT MOON.  THE FISHERMAN ROWED THE BOAT CLOSELY ALONG THE RIVER BANK, HAVING THE SIDE WITH WHITE BOARD TOWARDS THE CENTRE OF THE RIVER.  THIS WAS TO FOOL THE FISH.  THE WHITE REFLECTED THE MOONLIGHT, AND THE FISH WAS BLINDED BY THE REFLECTION.  THE FRIGHTENED FISH THEN JUMPED OUT OF WATER, AND HIT AGAINST THE SIDE OF THE BOAT.  THEY THEN SLIDED DOWN TO THE BOTTOM WHICH WAS FILLED WITH COCONUT LEAVES.  AT THE DARK BOTTOM THEY FELT SAFE, AND DID NOT TRY TO ESCAPE.  THE FISHERMEN WENT OUT FISHING IN THE EVENING AT ABOUT 7 P.M., AND CONTIMUED ON UNTIL THE DAWN.  THEN THEY WENT STRAIGHT TO THE MARKET TO SELL THEIR CATCHES.  ACCORDING TO AN OLD THAI FOLK SAYING, THESE FISHERMEN HAD DIFFICULTIES IN FINDING WIVES.  THIS WAS PROBABLY BECAUSE THEY SELDOM SPENT THE NIGHT AT HOME.  SINCE THE BOATS WERE SMALL IT WAS IMPOSSIBLE TO ACCOMMODATED THEIR FAMILIES ON THEM.


















               



                 

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น